| |
| |
|
|
| |
ผมรู้จักกับคุณชูศักดิ์ หทัยสุทธิ เจ้าของแค้มป์สุขเสถียร
มานานจนจำไม่ได้แล้วว่าเจอกันครั้งแรกที่ไหน จำได้แต่ว่าเราพบกันในค่ายอาสาพัฒนาชนบท สักประมาณ 16 ปีที่ผ่านมาเห็นจะได้ ตอนนั้นดูเหมือนว่าคุณชูศักดิ์ฯ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายโครงงานก่อสร้าง
หรือหัวหน้าฝ่ายอะไรสักอย่างก็จำไม่ได้อีก
หลังจากนั้นผมในฐานะที่ปรึกษาค่ายฯ
ได้ร่วมออกค่ายกับคุณชูศักดิ์อีกหลายครั้ง สร้างส้วม
สร้างสนามเด็กเล่น สร้างโรงเรียนกันมาหลายหลัง
|
ในช่วงที่ออกค่ายด้วยกันนั้น
นอกจากผมจะเป็นที่ปรึกษาคนหนึ่งแล้ว ยังมีเพื่อนอีก 2
คนที่ออกค่ายมาด้วยกันในสมัยนั้น
หนึ่งในสองคนที่ว่าเป็นชาวอุ้มผางโดยกำเนิด และเป็นคนที่มีส่วนสำคัญในการชักนำให้คุณชูศักดิ์ฯ
ผมและใครต่อใครในกลุ่มของเราได้เข้าไปเยือนอุ้มผางทั้งในครั้งแรกและครั้งต่อ
ๆ มา
|
ก่อนหน้าที่จะเขียนคอลัมน์นี้ ผมเคยไปอุ้มผางมาแล้ว 2 ครั้ง
ทั้งสองครั้งมีคุณชูศักดิ์ ร่วมคณะอยู่ด้วย
ผมไปเที่ยวอุ้มผางครั้งแรกเมื่อสัก 14 ปีที่แล้ว
ด้วยการนั่งรถทัวร์มาจากกรุงเทพฯ ลงแม่สอด
แล้วต่อรถสองแถวขึ้นอุ้มผาง จำได้ว่าทั้งผม คุณชูศักดิ์ คำหล้า
ลุงกี่ อั๋น ฯลฯ นั่งกันมาบนหลังคารถสองแถวเล็ก
เพราะนั่งในรถแล้วคลื่นไส้ เพราะต้องฝ่าโค้งบนดอยสูงชันเป็นพัน ๆ
โค้ง ด้วยเวลาร่วม ๆ สี่ชั่วโมง ส่วนครั้งที่สองเมื่อสัก 9
ปีที่แล้ว เราได้รถตู้จากที่ทำงานวิ่งตรงจากกรุงเทพฯ เข้าแม่สอด
ขึ้นอุ้มผางกันเลย ทั้งสองเที่ยว
อุ้มผางและมหาน้ำตกทีลอซูยังคงมนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย
และหลังจากอีกนั้นไม่นานคุณชูศักดิ์ฯ และเพื่อน ๆ ก็สำเร็จการศึกษาพร้อมกับบทบาทหน้าที่ในค่ายอาสาที่จบลง
พวกผมเองก็วางมือจากการเป็นที่ปรึกษาค่ายในเวลาไล่เลี่ยกัน
|
ก่อนที่คุณชูศักดิ์ จะเข้ามาลงหลักปักฐานในอุ้มผางเมื่อประมาณ 8
ปีก่อนนั้น คุณชูศักดิ์ฯ ที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี
คณะมนุษยศาสตร์ เคยทำงานในบริษัท เนสเล่(ประเทศไทย) จำกัด
มาก่อน และมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเป็นอันมาก
มีรายได้เดือนหนึ่งเกือบครึ่งแสน แต่ที่คุณชูศักดิ์ฯ
ออกจากงานมาบุกเบิกประกอบการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในอุ้มผางนั้น
นอกจากคำชักชวนของเพื่อนผม คนที่ถือว่าเป็นเจ้าของพื้นที่กับพรรคพวกคุณชูศักดิ์ฯ
บางคนที่ตกลงจะร่วมหุ้นลงขันกันในครั้งนั้นแล้ว
ผมคิดว่าความเป็นคนชอบชีวิตกลางแจ้งของคุณชูศักดิ์ฯ
(ซึ่งนอกจากจะเป็นชาวค่ายแล้ว ยังเคยศึกษาวิชาทหารมาถึง 5
ปี) น่าจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้คุณชูศักดิ์ฯ
อยู่ที่อุ้มผางได้ จากวันนั้นถึงวันนี้ จากที่เข้าไปตัวคนเดียว
มาเป็นคนที่มีครอบครัวที่อบอุ่นอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน
|
หลังจากที่คุณชูศักดิ์ย้ายไปอยู่อุ้มผาง ผมไม่ได้เจอเขาเสียนาน
ที่จำได้แน่ ๆ คือ วันที่คุณชูศักดิ์ฯ ขับรถเข้ากรุงเทพฯ
เอานกเงือกไม้คู่หนึ่งไปให้เป็นของขวัญวันแต่งงานผมที่กรุงเทพฯ เมื่อ
7 ปีก่อน(สงสัยมีนัยว่าให้ผมคิดเหมือนนกเงือก)
หลังจากนั้นอีกไม่นานคุณชูศักดิ์ฯ ไปเยี่ยมผมที่บ้านที่กรุงเทพฯ
อีกครั้ง และเราไม่ได้เจอหน้ากันอีกเลยอย่างน้อย 6 ปีเต็ม ๆ
จะคุยกันบ้างก็เพียงทางโทรศัพท์ ที่มักจะมีคำหล้า
ซึ่งกลับมาจากเรียนปริญญาโทที่สหรัฐฯ
เพื่อนสนิทของคุณชูศักดิ์ที่เป็นสื่อกลางให้นานทีปีหน
ส่วนคุณประภาศรี ภรรยาคุณชูศักดิ์
ผมกับภรรยาเคยเจอกันมาก่อนหน้านั้นแล้วที่กรุงเทพฯ
แต่แค้มป์สุขเสถียรจะเป็นอย่างไรนั้น ผมไม่เคยเห็น ไม่เคยไปเลย
|
ผมไปอุ้มผางครั้งล่าสุดเมื่อปลายธันวาคม 2547 นี้เอง
คราวนี้ก็ยังคงไปกับเพื่อนคนที่เป็นชาวอุ้มผางคนเดิม
ไปเที่ยวนี้ผมไม่มีโอกาสติดต่อคุณชูศักดิ์ฯ
เพราะเบอร์เขาที่ผมเคยเมมโมรี่ไว้ในซิมการ์ด หายไปพร้อมกับโทรมือถือนานแล้ว
แต่ทราบจากเพื่อนก่อนออกจากกรุงเทพฯ
ว่าแค้มป์สุขเสถียรมีแขกเข้าพักเต็ม
ผมเลยให้เพื่อนช่วยจัดการเรื่องที่พัก อาหาร
การท่องเที่ยวให้กับคณะของผมที่ไปกันทั้งหมด 8 คน
โดยจ่ายเงินค่าหัวตามที่เขาต้องการให้ญาติเขาทางนั้นไปเลย
เมื่อเดินทางถึงอุ้มผางและได้เบอร์ของแค้มป์สุขเสถียร
ผมโทร.ไปหาคุณชูศักดิ์ฯ ทันที
ไม่กี่อึดใจเขาแวะไปหาผมพร้อมน้องโบ๊ตลูกชายรูปหล่อวัยกำลังน่ารัก
เมื่อพบหน้ากันผมจึงทราบว่าความจริงแล้วแค้มป์เขาไม่เต็ม ยังรับคนได้อีกเป็นร้อยคน
เขาชวนผมไปนอนด้วยกันในแค้มป์ตั้งแต่คืนแรกที่ผมไปถึง
บอกพี่จะเลือกนอนบ้านหลังไหนก็ได้
แต่ผมบอกเขาไปว่าผมติดต่อทางนี้ไว้แล้ว จะทิ้งเขาไปเลยก็กระไรอยู่
แต่ก็ตกลงกันว่าผมจะชวนพรรคพวกที่ไปด้วยกันไปนอนที่แค้มป์สุขเสถียรในคืนสุดท้ายที่ผมจะอยู่ในอุ้มผาง
|
30 ธันวาคม 2547 ทันทีที่ผมเข้าไปในแค้มป์สุขเสถียร
และได้เห็นบรรยากาศภายในแค้มป์ ผมและภรรยาที่ไปด้วยกัน
มีความเห็นตรงกันว่า คุณชูศักดิ์ฯ
ที่ครอบครัวผมถือเสมือนน้องชาย เดินทางมาถึงจุดที่ต้องแสดงความยินดีกันแล้ว
แค้มป์สุขเสถียรมีความพรั่งพร้อมสมบูรณ์กว่าที่ผมจินตนาการไว้มาก
นอกจากทำเลที่เหมาะสมอากาศดี ในพื้นที่เกือบ 8 ไร่ มีพันธ์ไม้นานาชนิดเรียงรายอยู่ในภูมิทัศน์ที่สวยงาม
บ้านพักที่ออกแบบให้ต่าง ๆ กันไปในหลาย ๆ สไตล์ ทุก ๆ
หลังมีห้องพักที่มีเครื่องนอน เครื่องกันหนาว
เครื่องทำน้ำอุ่นครบครัน มีระบบไฟฟ้า ประปา
ที่ทดสอบจนมั่นใจได้ว่าสามารถใช้พร้อมกันเต็มที่ในยามที่นักท่องเที่ยวเข้าพักเต็มทุกหลังโดยไม่มีปัญหาไฟตก
น้ำไม่พอใช้
ในส่วนของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและให้ความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว
มีทั้งรถยนต์ เรือยาง ชูชีพจำนวนมากเรียงรายอยู่บนชั้นเก็บ มีโรงอาหาร มีโรงครัว
แม่ครัวพรักพร้อม ถ้วย โถ จาน ชามเซรามิคสะอาดสะอ้านน่าใช้
มีทีวี เวทีการแสดง คาราโอเกะ โต๊ะสนุ้ก
ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลิน
|
ประมาณหนึ่งทุ่มถึงตีสามของคืนนั้น คุณชูศักดิ์ฯ
นั่งอยู่กับพวกผมโดยไม่ลุกไปไหนเลย
ผมขอให้เขาเล่าถึงประสบการณ์การต่อสู้
บุกเบิกก่อนที่จะมาเป็นแค้มป์สุขเสถียรในวันนี้
ทั้งเรื่องราวและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ได้ถูกถ่ายทอดออกมาให้พวกเรารับทราบมากกว่าที่เคยได้ยินจากคนอื่น
และนอกจากเขาจะทำแค้มป์สุขเสถียรเป็นงานหลัก
เขายังมีงานอดิเรกเป็นวิทยากรและผู้ฝึกสอนวิชาชีพเกี่ยวกับการประกอบการท่องเที่ยว
การซ่อมเรือยาง
เป็นสปอนเซอร์พิมพ์เกียรติบัตรให้โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมสำหรับออกให้นักท่องเที่ยวอีกจำนวนหลายหมื่นฉบับ
ในวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุด
นักเรียนในท้องถิ่นจะมีโอกาสเข้ามาร่วมงานกับเขาในฐานะผู้ควบคุมเรือยาง
ฯลฯ ผมนั่งฟังเรื่องราวของเขา ซักถามในบางครั้ง
และแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเขาในวันนี้
ที่ยังจะต้องก้าวไกลไปมากกว่านี้ในวันหน้าอย่างจริงใจ
|
"ชู พี่ทำเว็บให้เอามั๊ย"
ผมบอกเขาหลังจากเหล้าแก้วที่เท่าใดก็จำไม่ได้ในคืนนั้น
"ขอบคุณครับพี่"
เขาไม่ปฏิเสธความปรารถนาดีของผม
|
ท่านที่อ่านคอลัมน์นี้มาจนถึงบรรทัดนี้ ว่าง ๆ
คิดจะไปอุ้มผาง เที่ยวมหาน้ำตกทีลอซู ไม่รู้จักใครแถวนั้น
ติดต่อไปที่คุณชูศักดิ์ เบอร์
0-1811-1166
ได้นะครับ
ประกันได้ว่า
ชาวแค้มป์สุขเสถียรทุกคน "บริการด้วยหัวใจสีเขียว" กับนักท่องเที่ยวทุกท่านจริง ๆ
|
|
|